เครื่องพ่นยา มีฟองอากาศในสาย ทำไมแรงดันถึงไม่นิ่ง?

0

หลายคนเห็นฟองอากาศในสาย เครื่องพ่นยา แล้วอาจปล่อยผ่านไป เพราะคิดว่าหัวฉีดยังพ่นได้ แค่มีอาการกระตุกหรือแรงพ่นสวิงบ้างบางจังหวะ แต่…ในความเป็นจริงอากาศคือตัวการหลักที่ทำให้แรงดันรวนมากกว่าที่คิดครับ! ปกติแล้ว เครื่องพ่นยา ยาถูกออกแบบมาให้ดูดและส่งของเหลว แบบต่อเนื่องเพื่อสร้างแรงดันให้คงที่ แต่เมื่อมีอากาศเล็ดลอดเข้ามาปะปน

  • จังหวะที่ปั๊มดูดได้น้ำเต็มๆ → แรงดันจะพุ่งดี
  • จังหวะที่ดูดได้น้ำผสมอากาศ → แรงดันจะตก ละอองสวิง
  • จังหวะที่ดูดเจอแต่อากาศ → เครื่องกระตุก ฉีดสะดุดทันที

อาการพ่นแรงบ้างเบาบ้าง หรือปั๊มทำงานไม่สม่ำเสมอแบบนี้ ไม่ได้แปลว่าปั๊มพังเสมอไปครับ บ่อยครั้งเกิดจากจุดเล็กๆ เช่น น้ำยาใกล้หมดถัง ข้อต่อทางดูดหลวม ซีลเสื่อม สายยางมีรอยแตก ตัวกรองอุดตัน หรือแค่อากาศค้างในระบบหลังเติมน้ำใหม่ แล้วทำไมแค่ “ฟองอากาศ” ถึงส่งผลต่อแรงดันได้ขนาดนี้? และเราจะแยกอย่างไรว่าเป็นแค่อากาศค้างชั่วคราว หรือระบบกำลังรั่ว? บทความนี้มีคำตอบครับ

ก่อนอื่น ต้องเข้าใจก่อนว่า เครื่องพ่นยา ไม่ได้ชอบอากาศ

ไม่ว่าจะเป็น เครื่องพ่นยาแบตเตอรี่ เครื่องยนต์ หรือระบบปั๊มไดอะแฟรม หลักสำคัญคือ ปั๊มถูกออกแบบมาให้เคลื่อนของเหลว ตอนทำงาน ชิ้นส่วนภายในจะสร้างแรงดันต่ำเพื่อดูดน้ำเข้ามา แล้วบีบหรือผลักออกไปทางด้านจ่าย

ถ้าทางดูดเต็มไปด้วยน้ำ กระบวนการนี้จะราบรื่นสม่ำเสมอ แต่ถ้ามีอากาศปนเข้ามา ทุกอย่างจะเปลี่ยนทันที เพราะน้ำแทบไม่ยุบตัวเมื่อโดนแรงดัน แต่ อากาศอัดตัวได้ เมื่อมีฟองอากาศอยู่ในห้องปั๊มหรือในสาย แรงจากปั๊มบางส่วนจะถูกใช้ไปกับการบีบอัดอากาศก่อน แทนที่จะผลักของเหลวออกไปเต็มที่

ลองนึกภาพหลอดฉีดยาที่เต็มไปด้วยน้ำแล้วปิดปลาย กดลูกสูบแทบไม่ลงเลย แต่ถ้ามีอากาศอยู่ครึ่งหลอด จะกดเข้าไปได้ระยะหนึ่งเพราะอากาศถูกบีบให้เล็กลง เครื่องพ่นยาก็ทำงานคล้ายกัน — มีน้ำต่อเนื่อง แรงดันตอบสนองเร็ว แต่ถ้ามีอากาศปน แรงบางส่วนจะถูกกินไปกับการอัดอากาศ ทำให้แรงดันตอบสนองช้าและไม่นิ่ง

เครื่องพ่นยา

ฟองอากาศในสาย เครื่องพ่นยา ทำไมบางครั้งหัวฉีดยังก็ยังพ่นได้?

นี่คือจุดที่หลายคนชะล่าใจ เห็นฟองอากาศในสาย เครื่องพ่นยา แต่หัวฉีดยังมีน้ำออก เลยคิดว่าไม่มีปัญหา ความจริงคือ ระบบอาจยังพ่นได้ แต่ไม่ได้แปลว่าทำงานเต็มประสิทธิภาพ ถ้าอากาศมีเล็กน้อยและเกิดชั่วคราว เช่นหลังเติมน้ำหรือเปลี่ยนสายใหม่ เครื่องมักขับอากาศออกเองได้หลังพ่นไปสักพัก แต่ถ้าอากาศถูกดูดเข้ามาต่อเนื่อง ต่อให้หัวฉีดยังมีน้ำออก แรงดันก็จะแกว่งตลอด

สิ่งที่จะสังเกตเห็นคือรูปแบบละอองเปลี่ยนไปเป็นจังหวะ ช่วงหนึ่งละเอียด ช่วงหนึ่งเป็นเม็ดใหญ่ ระยะพ่นไกลบ้างสั้นบ้าง หรือบางทีหัวฉีดมีเสียงเหมือนพ่นลมปนออกมาด้วย ถ้าเป็นงานพ่นน้ำทั่วไป อาการนี้อาจแค่รำคาญ แต่ถ้าพ่นสารที่ต้องการอัตราจ่ายสม่ำเสมอ ปัญหาจะสำคัญขึ้นทันที เพราะปริมาณสารที่ตกในแต่ละจุดอาจไม่เท่ากัน

อากาศเข้าไปในสาย เครื่องพ่นยา ได้ยังไง?

อากาศเข้าระบบได้หลายทาง แต่จุดที่ควรสนใจที่สุดคือ ฝั่งดูดของปั๊ม เพราะฝั่งนี้ไม่มีแรงดันดันออกเหมือนด้านจ่าย แต่กำลังถูกดูดเข้า ถ้ามีช่องว่างเล็ก ๆ อากาศภายนอกก็เล็ดลอดเข้าไปได้โดยไม่มีน้ำรั่วให้เห็นเลย นี่คือสิ่งที่ทำให้วินิจฉัยยาก ข้อต่ออาจดูแห้งสนิท แต่จริง ๆ กำลังดูดอากาศเข้าอยู่จุดที่พบบ่อยที่สุดคือ 

  • ข้อต่อทางดูดหลวม เช่นสายจากก้นถังไปปั๊ม ถ้าข้อต่อคลายเพียงนิดเดียว พอปั๊มทำงานจะเกิดแรงดูดในสาย อากาศจึงลอดผ่านช่องเล็ก ๆ รอบข้อต่อเข้ามาได้ เราจะไม่เห็นน้ำรั่วเพราะแรงกำลังดึงเข้าหาปั๊ม ไม่ได้ดันออก ดังนั้นเวลาเจอฟองอากาศ อย่ามองหาแค่จุดที่มีน้ำรั่ว จุดที่แห้งสนิทก็อาจเป็นแหล่งดูดอากาศได้เช่นกัน  ให้ตรวจข้อต่อถัง สายดูด เข็มขัดรัดสาย ข้อต่อเข้าปั๊ม และจุดที่มี O-Ring หรือซีล
  • สายดูด ที่มีรอยแตกเล็ก ๆ ก็ทำให้แรงดันไม่นิ่งได้ สายที่ใช้มานานอาจแข็งตัว โดยเฉพาะจุดที่งอซ้ำ ๆ หรือใกล้ข้อต่อ บางครั้งรอยแตกเล็กจนมองแทบไม่เห็นตอนเครื่องหยุด แต่พอปั๊มเริ่มดูด รอยนั้นจะเปิดออกเล็กน้อยและดึงอากาศเข้ามา อาการที่เจอมักไม่ถึงขั้นพ่นไม่ออกเลย แต่จะเป็นแรงพ่นไม่สม่ำเสมอ ใช้ไปสักพักแรงตก มีฟองวิ่งในสาย และถ้าขยับสายบางจุด อาการอาจดีขึ้นหรือแย่ลง ถ้าเจอแบบนี้ ควรตรวจสายดูดอย่างละเอียด
  • O-Ring และซีล เล็ก ๆ ก็มีผลมาก มันทำหน้าที่ปิดรอยต่อให้สนิททั้งของเหลวและอากาศ แต่เมื่อใช้นานไป ยางอาจแข็ง แบน แตก หรือเสียรูปจากสารที่สัมผัส ต่อให้ขันข้อต่อแน่นแค่ไหน อากาศก็ยังลอดผ่านซีลที่ไม่สมบูรณ์ได้ ดังนั้นถ้าตรวจข้อต่อแน่นหมดแล้วยังเจอฟองอากาศ อย่าลืมเช็กซีลด้านในด้วย โดยเฉพาะเครื่องที่เคยถอดประกอบ ล้าง หรือเปลี่ยนอะไหล่มาก่อน เพราะบางครั้ง O-Ring อาจใส่ไม่เข้าร่อง ถูกบีบ หรือหลุดหายไปโดยไม่รู้ตัว

ปล่อยให้เครื่องดูดอากาศนาน ๆ มีผลต่อปั๊มหรือไม่?

ไม่ควรปล่อยไว้นานครับ ปั๊มหลายชนิดอาศัยของเหลวช่วยระบายความร้อน หล่อลื่น หรือช่วยให้ซีลภายในทำงานในสภาวะที่เหมาะสม ถ้าปั๊มทำงานโดยมีอากาศมากเกินไป อาจเกิดความร้อน การสั่น และการสึกหรอเพิ่มขึ้น แม้เครื่องบางชนิดจะสามารถเดินแห้งได้ช่วงสั้น ๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าควรปล่อยให้ทำงานแบบนั้นต่อเนื่อง ถ้าได้ยินเสียงปั๊มเปลี่ยนอย่างชัดเจนและหัวฉีดแทบไม่มีน้ำ ควรหยุดตรวจแทนที่จะปล่อยให้ปั๊มเดินต่อเพื่อหวังว่าจะดูดน้ำขึ้นเอง

เครื่องพ่นยา

สรุป

อากาศบีบอัดได้ แต่ของเหลวไม่ยุบตัว ปั๊มที่ดูดน้ำเต็มทุกจังหวะจะส่งแรงถึงหัวฉีดสม่ำเสมอ แต่ถ้ามีฟองอากาศปน แรงบางส่วนจะถูกกินไปกับการอัดอากาศก่อน ทำให้ปริมาณของเหลวที่ส่งออกไม่เท่ากันในแต่ละรอบ แรงดันจึงขึ้น ๆ ลง ๆ ผลคือพ่นแรงบ้างเบาบ้าง หัวฉีดสะดุด ละอองเปลี่ยนรูปแบบ หรือ Pressure Switch ตัดต่อถี่ผิดปกติ

ฟองชั่วคราวหลังเติมน้ำหรือถอดสาย มักหายเองได้ แต่ถ้าฟองเข้าต่อเนื่อง ให้ตรวจ ระดับน้ำ ตัวกรอง สายดูด ข้อต่อ O-Ring และซีลทางดูด ก่อน เพราะจุดพวกนี้อากาศเข้าได้โดยไม่มีน้ำรั่วให้เห็น ถ้าตรวจครบแล้วยังมีปัญหา ค่อยดูวาล์ว ปั๊ม ไดอะแฟรม และระบบควบคุมแรงดัน

About author

Your email address will not be published. Required fields are marked *